Not cache

เปิดเบื้องหลังดีล 10 ปี สเตเฟ่น เคอร์รี่ จับมือ Li-Ning พร้อมพา Curry Brand สร้างอาณาจักรใหม่

02 มิ.ย. 2026
ยอดการรับชม :
0
เปิดเบื้องหลังดีล 10 ปี สเตเฟ่น เคอร์รี่ จับมือ Li-Ning พร้อมพา Curry Brand สร้างอาณาจักรใหม่

สเตเฟ่น เคอร์รี่ ตัดสินใจก้าวสู่บทใหม่ของเส้นทางธุรกิจด้วยการแยกทางกับ Under Armour หลังร่วมงานกันมายาวนานกว่า 12 ปี และหันไปเซ็นสัญญาระยะยาวกับ Li-Ning แบรนด์กีฬายักษ์ใหญ่จากจีน ซึ่งตามรายงานของ ESPN ดีลนี้มีอายุถึง 10 ปี ครอบคลุมทั้งรองเท้าบาสเกตบอล เสื้อผ้ากีฬาแนวลำลอง รวมถึงอุปกรณ์กอล์ฟแบบครบวงจร ที่สำคัญที่สุดคือ Under Armour ยอมให้เขานำ Curry Brand ติดตัวไปด้วย ทำให้ซูเปอร์สตาร์จากโกลเดน สเตทไม่ใช่เพียงนักกีฬาโปรโมตสินค้าอีกต่อไป แต่กำลังก้าวขึ้นเป็นผู้สร้างแบรนด์และวางรากฐานธุรกิจของตัวเองอย่างแท้จริง

หนึ่งในเหตุผลหลักที่เคอร์รี่เลือก Li-Ning คือเรื่องสถานะและอิทธิพลในแบรนด์ เขาไม่ต้องการเป็นแค่หนึ่งในหลายชื่อใหญ่ แต่ต้องการเป็นหน้าตาหลักของโปรเจกต์นี้ทันที ซึ่งต่างจากการอยู่กับ Nike หรือ Adidas ที่ต้องแบ่งพื้นที่กับสตาร์คนอื่น ๆ ขณะเดียวกันเคอร์รี่ยังมอง Curry Brand ในระดับโลก ไม่ใช่แค่ตลาดสหรัฐฯ เพราะนักบาส NBA มีอิทธิพลสูงในเอเชียมาโดยตลอด และ Li-Ning ก็เป็นสะพานสำคัญในการขยายแบรนด์ไปยังภูมิภาคที่เติบโตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของโลก นอกจากนี้ เขายังมีอำนาจดึงนักกีฬาเข้าร่วม Curry Brand ได้ด้วยตัวเอง โดยในยุค NIL โอกาสในการเซ็นดาวรุ่งระดับมัธยมและมหาวิทยาลัยเปิดกว้างมากขึ้น รวมถึงอาจขยายไปสู่ความร่วมมือกับสถาบันต่าง ๆ ในอนาคต

สิ่งที่ทำให้ดีลนี้น่าสนใจยิ่งกว่าตัวเลขคือระยะเวลา 10 ปี ซึ่งยาวเกินกว่าช่วงเวลาที่เคอร์รี่คาดว่าจะเล่นอาชีพต่อไป นั่นหมายความว่าความร่วมมือครั้งนี้ถูกออกแบบเพื่ออนาคตหลังแขวนรองเท้าตั้งแต่ต้น และสะท้อนวิสัยทัศน์ระยะยาวอย่างชัดเจน เมื่อมองภาพรวมทั้งหมด แรงบันดาลใจของ Curry Brand ก็ดูไม่ต่างจาก Jordan Brand ที่เติบโตเป็นอาณาจักรมูลค่ามหาศาลหลังไมเคิล จอร์แดนเลิกเล่นไปนานแล้ว แม้ Li-Ning จะไม่ใช่ Nike แต่เคอร์รี่ไม่ได้กำลังมองหา Nike เวอร์ชันที่สอง เขากำลังพยายามสร้างอาณาจักรของตัวเองให้กลายเป็น Jordan Brand ฉบับสเตเฟ่น เคอร์รี่